กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
ยธ. ติดตามเร่งรัดการทำงาน กรณีขบวนการทำรถยนต์จดประกอบ

            กระทรวงยุติธรรม หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปขอบเขต แนวทางและกรอบการดำเนินการ
ติดตามเร่งรัดคดีรถยนต์จดประกอบให้มีความโปร่งใส พร้อมสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนและสังคม

            เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงาน กรณีขบวนการทำรถยนต์จดประกอบ ซึ่งประกอบด้วย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงาน
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ฯ
ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ

            พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากกรณีปัญหารถยนต์จดประกอบตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓
– ๒๕๕๖ ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
ยุติธรรมที่ได้รับการร้องเรียน การชี้มูล การยื่นเรื่องคำร้องในคดีดังกล่าว ดังนั้น กระทรวงยุติธรรม จึงได้ประชุมร่วมกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ขณะเดียวกัน
เพื่อความสงบเรียบร้อยของสถานการณ์บ้านเมือง โดยคณะทำงานที่เกี่ยวข้องได้สรุปขั้นตอนและกรอบการติดตามเร่งรัดคดีรถยนต์
จดประกอบ ดังต่อไปนี้

            ๑. กรมการขนส่งทางบกแจ้งยอดรถยนต์จดประกอบ ในปี ๒๕๕๓ – ๒๕๕๖ มีจำนวนทั้งสิ้น ๗,๑๒๓ คัน พร้อมกับส่ง
บัญชีหมายเลขเครื่องยนต์และตัวถังที่จดทะเบียนภายในประเทศ โดยส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ

            ๒. กรมสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมข้อมูลส่งให้กรมศุลกากร เพื่อดำเนินการตรวจสอบว่ารถยนต์ดังกล่าวดำเนินการถูกต้อง
ตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนว่ารถคันใดถูกต้องตามกฎหมายบ้างเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับ
ผู้ครอบครอง

            ๓. กลุ่มที่ตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว จะถูกคัดแยกนำออกจากบัญชีและดำเนินการส่งคืนให้กับประชาชน ส่วนกลุ่มที่สงสัยว่า
ผิดกฎหมาย พิจารณาต่อว่า เป็นการนำเข้ารายเดียวหรือนำเข้าต่างราย หากมีความผิดอย่างชัดแจ้งทางคดีอาญา กรมศุลกากรจะ
ดำเนินการส่งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่หากมีความผิดทางคดีแพ่ง กรมศุลกากรจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาด
ตามมาตรา ๖ ต่อไป 

            ๔. กลุ่มที่เหลือที่สงสัยว่าอาจจะผิดกฎหมาย กรมศุลกากรจะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบ
อย่างละเอียดต่อไป ร่วมกับกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

            อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตรวจสอบทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายใน ๑๐ เดือนหรือสิ้นสุดในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙
เนื่องจากแต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว

 

Read 533 times

banner
banner
banner
banner
banner

banner 0
banner 1
banner 1

banner 1
กันยายน 2563
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3

22 กันยายน 2563 | 14.30 - 16.30 น.

ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

facebooktweeter

Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
  • 0
  • 0
  • 6
  • 8
  • 8
  • 2
  • 1
  • 1