กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม แถลงผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ ๒

กระทรวงยุติธรรม โดยกรมบังคับคดี แถลงผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ ๒ โดยเร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขาย พร้อมพัฒนาระบบสารสนเทศ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเสริมสร้าง ขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

               เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เป็นประธานการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของกรมบังคับคดีในไตรมาสที่ ๒ (เดือนมกราคม- มีนาคม ๒๕๕๙) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมี นางสาวรัตนาวดี สมบูรณ์ รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางศศิวิมล ธนศานติ รองอธิบดีกรมบังคับคดี นายทรงธรรม พูนเกษมทรัพย์ รองอธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมทั้งสื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า ชั้น ๑ อาคาราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

                อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีถือเป็นหน่วยงานที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการด้านการบังคับคดีได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตามหลักวิสัยทัศน์ของกรมบังคับคดีที่ว่า “บังคับคดีอย่างมืออาชีพบนพื้นฐานความเป็นธรรม ตามมาตรฐานสากลอย่างมั่นคง” นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน โดยการผลักดันกฎหมายที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในการประกอบธุรกิจได้ ซึ่งกรมบังคับคดีมีผลการดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม ๒๕๕๙) ดังนี้

                 1. การเร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขายของกรมบังคับคดีเพื่อเสริมสร้างการเติบโตและสภาพคล่องของเศรษฐกิจของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 กรมบังคับคดี ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดี โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบังคับคดี รวมทั้งได้กำหนดให้มีการจัดมหกรรมการขายทอดตลาดและการขายทอดตลาดในวันหยุดราชการ จากผลการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้กรมบังคับคดีสามารถผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดีในไตรมาสที่ 2 (มกราคม – มีนาคม 2559) เป็นจำนวน 20,098,926,186 ล้านบาท รวม 6 เดือน เป็นจำนวน 51,289,353,584 บาท

                 2. เสริมสร้างและพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี โดยบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้บริการด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองในสังคม โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้รายย่อย หนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล ผลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีทั่วประเทศ ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มีเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 2,747 เรื่อง ไกล่เกลี่ยสำเร็จจำนวน 2,214 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 80.60 ของเรื่อง ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย คิดเป็นทุนทรัพย์ของเรื่องที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จ เป็นจำนวน 768,584,667.46 บาท

                  3. การพัฒนาระบบบริหารจัดการคดี (Case management) โดยได้เร่งรัดสำนวนคดีค้างดำเนินการเกิน 10 ปีที่มีอยู่จำนวน 13,892 คดี ดำเนินการเสร็จ จำนวน 1,375 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.90 ของเรื่องที่ค้างดำเนินการ

                  4. ด้านการพัฒนากฎหมาย ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้มีความทันสมัย และมีมาตรฐานสากล เพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมทั้ง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยกรมบังคับคดีได้เสนอขอแก้ไขกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่

                         4.1 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขายทอดตลาด พ.ศ. 2559  มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มความสะดวกในการขายทอดตลาดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ลดจำนวนเงินวางหลักประกันในการเข้าซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดให้มีความเหมาะสมในแต่ละช่วงราคา เพื่อเปิดโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามาซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมากขึ้น อันจะมีส่วนช่วยในการผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบได้เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาเริ่มต้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการมากขึ้น

                         4.2 ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่...) พ.ศ. .... (การฟื้นฟูกิจการ) ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบในวาระ 2 และวาระ 3 ในคราวประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 และลงมติเห็นสมควรประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

                   5. พัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการทำงานเพื่อเข้าสู่ “Digital Economy” ตามหลักที่ว่า “กรมบังคับคดี มุ่งมั่น พัฒนา ใส่ใจในความสะดวกของประชาชนเพื่อให้เข้าถึงบริการของกรมบังคับคดีอย่างทั่วถึง และแสดงถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของกรมบังคับคดี” โดยได้ดำเนินการพัฒนาระบบต่างๆ ดังนี้

                         5.1 ระบบนำร่องการประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Offering Auction Pilot Project System ) หลังจากที่กรมบังคับคดีได้จัดโครงการ Open House มิติใหม่ของการขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ณ กรมบังคับคดี และวันที่ 6 มีนาคม 2559 ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลา มีผู้เข้าร่วมรับฟังและเสนอความเห็นเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงต่อไป และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2559 ได้ขายทอดตลาดทรัพย์ทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นนัดแรก ขายนัดที่ 2 ในวันที่ 17 เมษายน 2559 ใน 2 นัดดังกล่าว มีผู้สนใจจองเครื่องและเสนอราคาจากสำนักงานเครือข่ายและจะทำการขายนัดต่อไปในวันที่ 8 พฤษภาคม 2559 ซึ่งทรัพย์ที่ขายเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน ๒๐ คดี

                         5.2 ระบบนำร่องยื่นคำร้องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Filling) โดยเปิดใช้งานระบบ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำร้อง จัดพิมพ์ใบ Pay-in slip ทางหน้าเว็บไซต์กรมบังคับคดี (www.led.go.th) เพื่อจ่ายเงินผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด ทุกสาขา

                         5.3 ระบบการจ่ายเงินให้คู่ความและผู้มีส่วนได้เสียทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) ซึ่งในคดีล้มละลายได้จ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงชีพบุคคลล้มละลาย จำนวน 1,495 ราย เป็นเงิน25,664,522.44 บาท และจ่ายเงินค่าส่วนแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ จำนวน 4 ราย เป็นเงิน 43,099.45 บาท                  

                         5.4 Application “LED Property Plus” ค้นหาทรัพย์สินขายทอดตลาดที่เป็นห้องชุดใกล้แนวเขตรถไฟฟ้า โดยได้เข้าสู่โครงการศูนย์กลางแอปพลิเคชั่นภาครัฐ GAC (Government Application Center) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมแอปพลิเคชั่นของภาครัฐทั้งหมด โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Application “LED Property Plus” เพื่อค้นหาทรัพย์สินขายทอดตลาดใกล้แนวรถไฟฟ้า ทั้งนี้ มียอดดาวน์โหลดแล้วทั้งสิ้น จำนวน 368 ดาวน์โหลด คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับ 3.50

                         5.5 ระบบ EDC Payment มาใช้กับการวางเงินหลักประกันเพื่อเข้าซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2559 และในช่วงระยะที่ 2 เปิดให้บริการเพิ่มอีก 29 สำนักงาน ทั้งนี้ จะดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมไปยังทุกสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศภายในเดือนมิถุนายน 2559

                    6. พัฒนางานด้านต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีแพ่งและคดีล้มละลาย กรมบังคับคดี ได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาคำถาม และตอบแบบสอบถามและพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและขั้นตอนการทำงานเพื่อให้การบังคับคดีเกิดความสะดวกรวดเร็วเป็นมาตรฐานสากลตามกรอบความยากง่าย ในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (EODB) ตัวชีวัดที่ 9 การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง (Enforcing Contracts) และตัวชี้วัดที่ 10 ด้านการแก้ไขปัญหาล้มละลาย (Resolving Insolvency) และได้จัดการประชุมกับผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อทำความเข้าใจเป็นระยะ

                    7. การส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้ความรู้และสร้างความรับรู้ให้กับธุรกิจ SME เกี่ยวกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กฎหมายล้มละลายในเรื่องการขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 12 รุ่น ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2559 มีผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน 1,308 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 679 คน และประชาชนทั่วไป สถาบันการเงิน จำนวน 629 คน ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก เชียงใหม่ ขอนแก่น สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี สงขลา สมุทรปราการ ระยอง และจังหวัดราชบุรี

                    8. โครงการบ้านประชารัฐ กรมบังคับคดีได้จัดทำเอกสารบ้านและห้องชุดราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ต่อหน่วยเพื่อมอบให้ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค สำหรับเป็นข้อมูลให้กับลูกค้าและประชาชนใช้ประกอบการพิจารณาการซื้อต่อไป โดยสามารถค้นหาได้ในเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี (www.led.go.th) อันจะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

                   

 

Read 1079 times

banner
banner
banner
banner
banner

banner 0
banner 1
banner 1

banner 1
มกราคม 2563
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 1

28 มกราคม 2563 | 14.30 - 16.30 น.

ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

facebooktweeter

Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
  • 0
  • 0
  • 6
  • 8
  • 7
  • 8
  • 4
  • 9