กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ของประเทศไทย ตามกลไก Universal Periodic Review (UPR) ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

          ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะผู้แทนไทย นำโดย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางมานำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ ๒ ต่อที่ประชุมคณะทำงาน UPR สมัยที่ ๒๕ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยกลไก UPR เป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council : HRC)  ที่เน้นกระบวนการหารือเชิงสร้างสรรค์ (Constructive Dialogue) โดยเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศสามารถให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศเพื่อนสมาชิกสหประชาชาติ เพื่อพัฒนาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศนั้นๆ ได้ ในลักษณะของเพื่อนแนะนำเพื่อน (Peer Review) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้บังคับกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง ๑๙๓ ประเทศในรูปแบบเดียวกัน

          การรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะทำงาน UPR ซึ่งจัดขึ้นในวันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๓๐ นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น โดยปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถ้อยแถลงมีใจความสำคัญว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยได้นำข้อเสนอของประเทศต่างๆ จากการนำเสนอรายงาน UPR รอบแรก เมื่อปี ๒๕๕๔ ไปปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จและมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการเข้าเป็นภาคีและการถอนข้อสงวนในตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เช่น การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร สิทธิเด็ก การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี สิทธิคนพิการ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตราและปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนหลายฉบับที่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกองทุนยุติธรรม การต่อต้านการทุจริต และการค้ามนุษย์ ตลอดจนการปฏิรูประบบราชทัณฑ์ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี 

          โดยผลจากการนำเสนอรายงานฯ สรุปได้ว่า ในภาพรวม ประเทศไทยได้รับการชื่นชมในพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนหลายด้าน เช่น สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การรับรองสิทธิในการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน การปฏิรูปกฎหมาย การเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงพิธีสารต่างๆ และการผลักดันเรื่องความเสมอภาคทางเพศ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ต่างชาติยังมีความห่วงกังวลในหลายประเด็น เช่น การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุม กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การจับกุมและคุมขังตามอำเภอใจ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ การยกเลิกโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้ชี้แจงและให้คำตอบต่อที่ประชุมในหลายประเด็น เช่น พัฒนาการในกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การต่อต้านการค้ามนุษย์ การคุ้มครองสิทธิแรงงาน สิทธิในที่ดินทำกิน สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเคารพเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดเสรีภาพ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ การบังคับใช้กฎหมายหมิ่น การดูแลผู้แสวงหาที่พักพิง การใช้ศาลทหาร สิทธิในการศึกษา การป้องกันการทรมาน การดำเนินการเพื่อยกเลิกการประหารชีวิต การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สถานการณ์เด็กที่มีส่วนร่วมในการค้าบริการทางเพศ เป็นต้น ซึ่งภายหลังจากที่ประเทศไทยรายงานเสร็จ ได้มีผู้แทนจากประเทศต่างๆ เข้ามาแสดงความยินดีและให้ความชื่นชมจำนวนมาก

          กระบวนการหลังจากนี้ คณะผู้แทนไทยจะพิจารณาข้อเสนอแนะที่ได้รับและแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงท่าทีเบื้องต้นของไทยต่อข้อเสนอแนะของประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยพร้อมตอบรับทันที ในวันศุกร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙และจะนำข้อเสนอแนะอื่นๆ ไปพิจารณาเพิ่มเติมโดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ประเทศไทยสามารถแจ้งให้ทราบถึงข้อเสนอแนะที่ไทยตอบรับเพิ่มเติมได้ในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ ๓๓ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน ๒๕๕๙

Read 728 times

banner
banner
banner
banner
banner

banner 0
banner 1
banner 1

banner 1
มกราคม 2563
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 1

28 มกราคม 2563 | 14.30 - 16.30 น.

ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

facebooktweeter

Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
  • 0
  • 0
  • 6
  • 8
  • 7
  • 8
  • 4
  • 9