กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
ยธ.ดึงสื่อมวลชนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

กระทรวงยุติธรรม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจสื่อมวลชนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทางประชารัฐฯ จากการปรับแนวทางการทำสงครามยาเสพติดไปสู่การใช้ระบบสาธารณสุขและการแพทย์เป็นหลัก ตามแนวทางการแก้ไขยาเสพติดโลก  

                 เมื่อวันอังคารที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟนตามีน เป็นประธานการประชุมเสวนาแนวนโยบายยาเสพติดตามแนวทางประชารัฐในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมี นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์และให้ข้อมูลข่าวสาร นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและจัดระบบการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด และนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. รวมทั้งคณะผู้บริหารสื่อมวลชน บรรณาธิการ และหัวหน้าฝ่ายข่าว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิต สำนักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพมหานคร

                ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ได้มีคำสั่งจัดตั้งอนุกรรมการขึ้น ๓ คณะ เพื่อเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทางใหม่อย่างมีระบบ ซึ่งตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟนตามีน ขอชี้แจงเรื่องการปรับปรุงกฎหมายว่า ที่ผ่านมามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน ๗ ฉบับ โดยกระทรวงยุติธรรมได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าว และรวมเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับเดียวซึ่งขณะนี้อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าว มีสาระสำคัญ คือ ภาคความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจะมีการปรับปรุงระบบกำหนดโทษกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๓ กลุ่ม คือ ๑.กลุ่มนักค้ารายใหญ่ ซึ่งจะมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ๒.กลุ่มแรงงาน และ ๓.กลุ่มเหยื่อ สำหรับการปรับปรุงฐานความผิดและบทลงโทษ โดยให้ยกเลิกระบบนับเม็ด แต่จะนำระบบของการกระทำความผิดโดยใช้พฤติการณ์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ความร้ายแรงของการกระทำความผิด และปริมาณสารตั้งต้นยาเสพติดเป็นเครื่องกำหนดโทษ นอกจากนี้ยังมีแนวความคิดที่จะเพิ่มดุลพินิจให้ศาลด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ศาลต้องตัดสินพิพากษาลงโทษในคดียาเสพติดตามที่กฎหมายกำหนดโทษเอาไว้ สำหรับภาคการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและมาตรการอื่นแทนการลงโทษ จะเน้นการสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู โดยให้ศูนย์คัดกรองทำการตรวจประวัติและคัดแยกเพื่อส่งบำบัดในสถานที่ที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดเห็นว่าการทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศ เกี่ยวกับนโยบายด้านยาเสพติดที่เป็นแนวทางใหม่ ซึ่งไม่ได้ปล่อยให้ยาเสพติดเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่เป็นการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ประกอบกับการปรับทิศทางนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ๒๐๑๖ (UNGASS ๒๐๑๖) ที่เริ่มใช้นโยบายปรับแนวทางจากการทำสงครามกับยาเสพติดไปสู่การใช้ระบบสาธารณสุขและการแพทย์เป็นหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

                นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย ได้นำทิศทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดของโลกมาปรับทิศทางนโยบายยาเสพติดของไทย โดยจำแนกและจัดนโยบายที่เหมาะสมของตัวยาเสพติดแต่ละชนิด ซึ่งจะไม่เหมารวมเหมือนกันทั้งหมด แต่จะดำเนินการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับพืชเสพติด และตัวยาเสพติด ๔ ชนิด ได้แก่ กัญชง กัญชา กระท่อม และเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า เพื่อให้มีการนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างเหมาะสม และอยู่ในการควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการดังกล่าว คือการทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศเกี่ยวกับนโยบายด้านยาเสพติดที่เป็นแนวทางใหม่ ที่จะสื่อสารอย่างไรว่าเราไม่ได้ปล่อยให้ยาเสพติดเป็นสิ่งถูกกฎหมายแต่เป็นเรื่องของการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

                ด้านนายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า บทบาทของสื่อมวลชนต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จะต้องดำเนินงานใน ๓ มาตรการ คือ การปราบปราม การบำบัดรักษา และการป้องกัน ทั้งนี้ เห็นว่าสื่อมวลชนเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนประชารัฐฯ และขอความร่วมมือเชิญชวนผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติดให้ออกมาแสดงตัวและเข้ารับการบำบัดรักษา และเผยแพร่แนวทางในการบำบัดรักษาให้ประชาชนได้รับทราบ รวมถึงเผยแพร่ผลการปราบปรามยาเสพติด การยึดทรัพย์ผู้ค้ารายใหญ่ รวมถึงการเผยแพร่ผลกระทบจากการค้ายาเสพติดให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อให้ร่วมกันช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่อง แจ้งเบาะแสยาเสพติดหรือแจ้งการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่สำคัญกระทรวงยุติธรรมอยากให้สื่อมวลชนได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการแก้ไขยาเสพติดของรัฐบาลอย่างถูกต้อง ทั้งด้านกระบวนการบำบัดฟื้นฟู การปรับกฎหมายเกี่ยวกับยาเพสติด ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลที่สื่อสารไปยังสาธารณชนมีความชัดเจนและถูกต้องที่สุด

                ด้านนายแพทย์ จิโรจ สินธวานนท์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะแยกกลุ่มผู้ติดยาเสพติดเป็น ๓ ระดับ คือ ๑.ผู้ใช้ ซึ่งเป็นผู้เสพยาเสพติดแบบครั้งคราว เช่น ใช้ในงานปาร์ตี้เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับตัวเอง อาจจะใช้ ๓ - ๖ เดือนใช้ครั้งหนึ่ง ๒.ผู้เสพ เป็นกลุ่มที่มีการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบกับหน้าที่การงานหรือบุคคลอื่น และ ๓.ผู้ติด เป็นกลุ่มที่ใช้ยาเสพติดเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่สามารถหยุดใช้ยาเสพติดได้ โดยต้องใช้เป็นประจำ และมีผลกระทบทางชีวิตประจำวันและต่อจิตและประสาท ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเริ่มดำเนินการบำบัดรักษาฟื้นฟู ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยจะเข้ามารองรับการดำเนินงานในแต่ละจุด แต่ละระบบ และในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ จะรับผิดชอบกำกับการดำเนินงานบำบัดรักษาฟื้นฟูได้ครบทุกระบบทั่วประเทศ เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดให้สถานพยาบาล ซึ่งมีอยู่ ๘๙๖ แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์คัดกรองและส่งต่อผู้เข้ารับการบำบัดอย่างเหมาะสม และเมื่อผ่านการบำบัดรักษาแล้ว ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษา ทั้งให้การศึกษาต่อ ฝึกทักษะอาชีพ จัดหางาน และเงินทุนประกอบอาชีพด้วย 

 

Read 515 times

banner
banner
banner
banner
banner

banner 0
banner 1
banner 1

banner 1
สิงหาคม 2563
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
26 27 28 29 30 31 1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31 1 2 3 4 5

11 สิงหาคม 2563 | 14.30 - 16.30 น.

ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

facebooktweeter

Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
  • 0
  • 0
  • 6
  • 8
  • 8
  • 1
  • 0
  • 4