กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
  • ขับรถอย่างมีมารยาท

    ขับรถอย่างมีมารยาท            อุบัติเหตุบนถนนในหลาย ๆ ครั้งก็เกิดจากการขับรถโดยไม่มีมารยาทและฝ่ายเราเองก็ไม่ยอมจนเกิดเรื่องครับ ตัวอย่างเช่น การขับรถปาดหน้าเพื่อเข้าขึ้นสะพาน เข้าเลนเลี้ยว เลนกลับรถ ทั้ง ๆ ที่รถคันอื่นขับต่อแถวกันมาตั้งไกล ถ้าเราพบเห็นผู้ขับขี่เช่นนี้ อย่าเก็บเป็นอารมณ์เลย ยอมให้เขาไปเถอะ ดีกว่าจะต้องมาเฉี่ยวชนกัน ดีไม่ดี อาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งตามมาก็ได้นะครับ  นอกจากนั้น พวกมอเตอร์ไซด์ รถ 2 ล้อ นี่ก็สำคัญนะ การชอบขับปาดไปปาดมา หาช่องเล็กช่องน้อยไปข้างหน้า ยังไงก็ขอให้คิดว่า เค้านะเนื้อหุ้มเหล็ก แต่เราเหล็กหุ้มเนื้อ ยอม ๆ เค้าหน่อย ดีกว่าจะมีอุบัติเหตุ เสียทั้งเงิน เสียทั้งรถ เสียทั้งเวลา และยังเสียอารมณ์อีกด้วย 

  • เมาไม่ขับ 5

    เมาไม่ขับ 5          อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลมาจากการที่ผู้ขับขี่ขับรถในขณะมึนเมา เพราะชะล่าใจ ไม่มีจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่ขอเรียนท่านให้เข้าใจเสียใหม่ว่า  ณ เวลานี้ ภาครัฐจะเร่งกวดขันจับกุมผู้ขับขี่ในขณะมึนเมา และจะใช้มาตรการลงโทษอย่างเข้มงวด คือ อาจถึงขั้นจำคุก 3 เดือน หรือไม่อย่างนั้น ก็ถูกคุมประพฤติให้ทำงานบริการสังคม เพิ่มเติมจากโทษปรับสูงสุดถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่โทษทัณฑ์ตามกฎหมายไม่สำคัญเท่าสำนึกต่อส่วนรวม ขอร้องเถิดครับ ถ้าคิดจะดื่มเหล้าอย่าขับรถใช้บริการรถแท็กซี่ หรือติดรถเพื่อนจะดีกว่า ขอให้คิดถึงชีวิตของท่านและคนรอบข้างท่านด้วย 

  • เมาไม่ขับ 4

    เมาไม่ขับ 4            จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ปี ๆ หนึ่ง ประมาณ 13,000 กว่าคน และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ขับขี่ขับรถในขณะมึนเมาทำให้ไม่สามารถควบคุมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ได้ กฎหมายจราจรทางบก จึงได้ห้ามไว้อย่างชัดเจนว่า จะขับขี่ในขณะเมาสุราหรือเมาสิ่งของอย่างอื่นไม่ได้ และผู้ฝ่าฝืน คือ มีปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็มีโทษหนักทีเดียวครับ คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2 พันถึงหนึ่งหมื่นบาท นั่นเป็นขั้นต่ำเพราะดีไม่ดี อย่าจะเจอสองเด้ง  ทั้งจำทั้งปรับก็ได้ครับ นี่เฉพาะแค่เมาแล้วขับเฉย ๆ ยังไม่รวมเมาแล้วก่อให้เกิดอุบัติเหตุจริง ๆ โทษจะหนักยิ่งกว่านี้อีก 

  • เมาไม่ขับ 3

    เมาไม่ขับ 3           ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่คนไทยมักจะเฉลิมฉลองกันแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า การดื่มสุรานั้นไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนะครับ แต่บางคนก็อาจจะเถียงกลับว่า ดื่มเพียงเล็กน้อย หรือนาน ๆ ดื่มทีคงไม่เป็นไร แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าการดื่มของท่าน แม้เพียงเล็กน้อย หรือนาน ๆ ดื่มที เป็นการดื่มโดยที่ท่านไม่ต้องขับขี่ คงจะไปห้ามปรามอะไรท่านไม่ได้ แต่ถ้าท่านออกไปดื่มเหล้าฉลองกันนอกบ้านโดยขับรถไปเอง ใครจะกล้ายืนยันละครับ ว่าขากลับ ท่านจะกลับถึงบ้าน ไม่ต้องไปอยู่โรงพยาบาล หรือเข้าสุสาน ดังนั้น ถ้าท่านดื่ม จงงดการขับขี่ โดยให้เพื่อนที่ไม่ได้ดื่มขับแทนท่าน หรือเอาให้ชัวร์ เรียกรถแท็กซี่ จะดีกว่า ปลอดภัยทั้งตัวท่านเอง และคนอื่น ๆ ที่สัญจรไปมาบนท้องถนน 

  • เมาไม่ขับ 2

    เมาไม่ขับ 2          สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติภัยบนท้องถนนนั้นมาจากการที่ผู้ขับขี่ขับรถโดยไม่สามารถควบคุมกำลังเครื่องยนต์ได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเบรกแตก ถนนลื่น หรือขับด้วยความเร็วสูง แต่ที่ฉกาจฉกรรจ์ร้ายแรงกว่านั้น ก็คือ การขับขี่ในขณะมึนเมา จะมึนเมาด้วยอะไรก็แล้วแต่ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการเมาสุรา ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายวิธีที่จะตรวจสอบว่า เมาแค่ไหนเมาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ มีปริมาณแอลกอฮอลล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์หรือไม่ อยู่ 3 วิธีครับ  คือ ตรวจเลือด ตรวจปัสสวะ และตรวจลมหายใจ โดยการเป่าลมออกจากปากเข้าไปในเครื่องตรวจ ซึ่งจะบ่งชัดถึงระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดครับ อย่าลืมว่า ถ้าดื่มสุรา ห้ามขับโดยเด็ดขาด  

  • เมาไม่ขับ 1

     เมาไม่ขับ 1           ประมาณร้อยละ 50 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นเป็นเพราะขับขี่ในขณะมึนเมา เช่นเดียวกันกับผู้ที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรกว่าร้อยละ 50 ก็มาจากการดื่มสุราจนไม่สามารถบังคับเครื่องยนต์ ไม่สามารถขับขี่ได้ มีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่า ระดับปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดยิ่งสูงเท่าใดนั้น โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ยิ่งทวีมากขึ้นตามไปด้วย เช่น ถ้าระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดเท่ากับ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 2 เท่า  80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็น 3 เท่า  100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็น 6 เท่า  150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็น 400 เท่า ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มนิดดื่มน้อย อย่าขับจะดีกว่า จะปลอดภัยสำหรับตัวท่านเองและผู้อื่น

  • แก๊งซิ่ง

    แก๊งซิ่ง            เป็นปัญหาในสังคมไทย ทั้งในเมืองกรุงและหัวเมืองต่างจังหวัดมายาวนานพอสมควรแล้วครับกับเรื่องแก๊งซิ่ง  ที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นนัดหมายแข่งรถมอเตอร์ไซด์บนท้องถนนในเวลากลางค่ำกลางคืน รบกวนผู้ที่สัญจรไปมาบนท้องถนนก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกนั้น และหลาย ๆ ครั้งก็ก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ โดยตัวบทกฎหมายแล้ว การแข่งรถหรือซิ่งรถในถนนหลวงนี่มีความผิดอาญา โทษทัณฑ์ก็ถึงขั้นจำคุกสามเดือน ปรับสองพันถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งศาลอาจจะสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน หรือหากทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เข็ดหลาบ ศาลก็อาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของคน ๆ นั้นก็ได้  

  • ขับขี่มอเตอร์ไซด์อย่างปลอดภัย 2

    ขับขี่มอเตอร์ไซด์อย่างปลอดภัย 2           การขับขี่รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซด์นั้น ถ้าอยากขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ขอได้โปรดฟังทางนี้ก่อนอื่นก็ต้อง ตรวจและรักษาสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเบรค และสวมหมวกนิรภัย ทุกครั้งที่ขับขี่หรือโดยสารรถ และก็ไม่ควรขับขี่รถเร็ว ๆ นะ ถึงที่หมายช้าหน่อย แต่ถึงชัวร์ย่อมดีกว่าครับ นอกจากนั้น การแต่งกายก็สำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันเวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้ผิวหนังถลอกได้ หลีกเลี่ยงการขับขี่ในระยะกระชั้นชิดกับยานพาหนะอื่นๆ และยิ่งต้องระวังบริเวณทางแยก และตรอกซอกซอย ก่อนจะเลี้ยวให้ดูกระจกหลังและให้สัญญาณไฟหรือมือทุกๆ ครั้ง และที่สำคัญ งดดื่มสุราสิ่งมึนเมา ก่อนการขับขี่ 

  • ขับขี่มอเตอร์ไซด์อย่างปลอดภัย 1

    ขับขี่มอเตอร์ไซด์อย่างปลอดภัย 1           รู้หรือไม่ว่า กว่า 80 % ของอุบัติภัยที่เกิดในท้องถนนกว่า 70,000 ครั้งนั้นเกิดขึ้นกับมอเตอร์ไซด์หรือรถจักรยานยนต์ มอเตอร์ไซด์เป็นพาหนะที่นิยมมาก ๆ ทั้งในเมืองและชนบทห่างไกล จำนวนก็กว่า 20 ล้านคัน และผลการวิจัยก็บ่งชี้ว่า ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์ที่ประสบอุบัติภัยร้อยละ 85-90 เกิดในเวลากลางคืนหรือไม่ก็เกิดในช่วงเวลาหัวค่ำ ครึ่งหนึ่งเกิดบนถนนทางตรง และอีกครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นบริเวณทางแยก เช่น การชนท้าย และการเลี้ยวรถตัดหน้า ส่วนสาเหตุนั้น ก็เพราะความคึกคะนองประลองความเร็ว ความประมาท และการดื่มสุรา และที่ทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จบชีวิตลงนั้น ก็เพราะไม่สวมหมวกกันน๊อค  

  • ห้ามแซงโดยเด็ดขาด

    ห้ามแซงโดยเด็ดขาด            อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนนั้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ขับขี่พยายามจะเร่งเครื่องแซงรถคันอื่น เช่น ชนประสานงากับรถที่มีสวนมา หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องหักหลบไปชนรถคันอื่นตกลงข้างทาง ซึ่งหากท่านต้องการจะลดความเสี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนั้น  ท่านจะต้องไม่แซงในสถานการณ์ดังต่อไปนี้  1. เมื่อกำลังขับรถขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรือเข้าใกล้ทางโค้ง 2. ถ้าเข้าใกล้บริเวณทางข้าม ทางร่วม ทางแยก วงเวียน ทางเดิน หรือทางรถไฟในระยะ 30 เมตร 3. ถ้าบนถนนมีหมอก ฝน ฝุ่น ควัน ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า หรือมองเห็นไม่ชัดในระยะ 60 เมตร และ ข้อ 4. เมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย หากไม่แซงในที่เหล่านี้ ก็น่าจะลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้         


  • banner
    banner
    banner
    banner
    banner

    banner 0
    banner 1
    banner 1

    banner 1
    สิงหาคม 2562
    อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    28 29 30 31 1 2 3
    4 5 6 7 8 9 10
    11 12 13 14 15 16 17
    18 19 20 21 22 23 24
    25 26 27 28 29 30 31

    27 สิงหาคม 2562 | 14.30 - 16.30 น.

    ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

    ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

    facebooktweeter

    Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
    อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
    เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

    โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

    จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
    • 0
    • 0
    • 6
    • 8
    • 7
    • 6
    • 5
    • 8