กระทรวงยุติธรรม cir
ไทย | ENG facebooktweeter ขนาดตัวอักษร
  • การแซงแบบปลอดภัย

    การแซงแบบปลอดภัย          อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนนั้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ขับขี่พยายามจะเร่งเครื่องแซงรถคันอื่น ดังนั้น ช่วงนี้มาลองฟังวิธีการแซงอย่างปลอดภัยดูบ้างอย่างแรกก็คือ ผู้ขับขี่ควรให้เสียงสัญญาณที่ดังมากพอที่จะทำให้รถคันหน้า ทราบว่า จะขอแซงแล้วนะ และถ้าเป็นกลางคืนก็ควรเปิดไฟสูงไฟต่ำสลับกัน จากนั้น ก็เปิดไฟกระพริบทางขวา เพื่อให้รถคันหลังรู้ว่า เรากำลังจะแซง ต่อมา ก็มองไปข้างหน้าดูซิว่า มีรถสวนมาหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ขับขี่คันหน้าให้สัญญาณมาว่า ไปได้แล้ว ก็ค่อยแซงขึ้นไป และที่สำคัญ อย่าลืม มองกระจกหลังด้วย ว่าไม่มีรถคันหลังพยายามจะแซงเราอยู่ ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็น่าจะปลอดภัยขึ้นอีกในระดับหนึ่ง

  • กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 3

    กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 3           สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็คือ การที่ผู้ขับขี่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอัตราปกติต้องไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็มีการผ่อนผันกันเป็นไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นอัตราความเร็วปกติทั่ว ๆ ไป เพราะว่า ในขณะที่ท่านขับขี่บนถนน ท่านยังต้องคอยสังเกตเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งอยู่ข้างทางด้วย เพราะในแต่ละจุด อาจจะมีเครื่องหมายจำกัดความเร็วที่แตกต่างกันออกไป เช่น ถ้ามีเครื่องหมายระบุตัวเลข 40  ก็คือ ในบริเวณนั้นต้องขับไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และที่สำคัญ อย่าลืมว่า ถึงที่หมายปลายทางอย่างปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดของการเดินทาง

  • กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 2

    กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 2           จุด ๆ หนึ่งที่มักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งนั่นก็คือ บริเวณทางร่วมทางแยก โดยเฉพาะในถนนหลวง ถนนต่างจังหวัดที่ขับกันเร็ว ๆ ดังนั้น เมื่อท่านขับขี่เข้าใกล้ถึงทางแยก ต้องชะลอความเร็วเสมอ และปฏิบัติตามสัญญาณไฟโดยเคร่งครัด ถ้าบางจุดไม่มีสัญญาณจราจรไฟเขียวไฟแดง แต่มีไฟแดงกระพริบ ๆ ท่านต้องหยุดรถเสมอ รอจนกว่าปลอดภัยแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา จึงจะขับขี่ต่อไปได้ นอกจากนั้น ระยะทาง 30 เมตร จากทางร่วมทางแยก ห้ามแซงโดยเด็ดขาด และที่สำคัญ ทางร่วมทางแยกที่ท่านจะกลับรถได้นั้น ต้องเป็นทางแยกที่มีเครื่องหมายอนุญาตให้กลับรถได้เท่านั้น ถ้าไม่มีเครื่องหมายกลับรถแปลว่า กลับรถตรงจุดนั้นไม่ได้

  • กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 1

    กฎจราจร กฎเพื่อความปลอดภัย 1            กฎจราจรนั้นเป็นกฎเพื่อความปลอดภัย ไม่แต่เฉพาะตัวท่านผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้โดยสาร และผู้สัญจรไปมาตามท้องถนน เช่น คนเดินเท้าอีกด้วย และหากลองสืบสาวถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติภัยบนท้องถนน จะพบว่า ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ขับขี่ไม่เคารพกฎจราจร ทั้ง ๆ ที่กฎเกณฑ์ดังกล่าวมุ่งคุ้มครองตัวท่านเอง เป็นต้นว่า การคาดเข็มขัดนิรภัย และการสวมหมวกกันน๊อค ทั้งตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเดินทางใกล้ไกลแค่ไหน จะขับช้าขับเร็วหรือไม่ ไม่สำคัญ การคาดเข็มขัดนิรภัยหรือการสวมหมวกกันน๊อคนั้น คงไม่ใช่เพราะเกรงจะถูกตำรวจจับ หรือถูกปรับห้าร้อย แต่เพราะเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นจริงๆ เข็มขัดนิรภัยและหมวกกันน๊อคนี่แหละครับที่จะทำให้ท่านรอดชีวิตได้ 

  • ร่วมใจลดอุบัติภัย ถวายในหลวง

    ร่วมใจลดอุบัติภัย ถวายในหลวง   ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม  กระทรวงยุติธรรม โดยรองปลัดกระทรวง อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ  ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมใจลดอุบัติภัยบนท้องถนนเพื่อถวายในหลวงของเราในวโรกาสที่วันเฉลิมพระชนมพรรษาเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง  การที่พวกเราจะช่วยกันทำความดีถวายพระเจ้าอยู่หัวนั้น  ซึ่งความดีครั้งหนึ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ก็คือ การขับรถโดยไม่ประมาท  ความประมาทนั้นเป็นทางซึ่งนำไปสู่ความทุกข์  ความเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลาย และก็เป็นทางแห่งความตายด้วย  เพียงแค่เราดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท  แค่นี้ เชื่อว่าก็เป็นความดีง่าย ๆ ที่เราจะนำถวายพระเจ้าอยู่หัวของเราได้แล้ว” 

  • เปลี่ยนทัศนะการขับเพื่อลดอุบัติภัย

    เปลี่ยนทัศนะการขับเพื่อลดอุบัติภัย           สาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติภัยบนท้องถนนนั้นมาจากทัศนะและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่ง ดร.กิตติพงษ์  กิตติยารักษ์  รองปลัดกระทรวงยุติธรรมมีแนวทางลดอุบัติภัยมาแนะนำ “การจะลดอุบัติภัยบนท้องถนนได้นั้นต้องเริ่มจากความมีวินัยและการเคารพ กฎจราจร ซึ่งไม่ใช่ว่าจะเคารพกฎจราจรต่อหน้าตำรวจเท่านั้น หากแต่ต้องกระทำสม่ำเสมอ จนกลายเป็นนิสัย ต่อมาก็คือ ต้องไม่ประมาท ไม่ใจร้อน และต้องคำนึงเสมอว่า ชีวิตและร่างกายของเรานั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และข้อสุดท้าย ถ้ารู้ว่าตนเองเหนื่อยล้า ขับไม่ไหว ก็อย่าฝืน และที่สำคัญ หากเสพสุราสิ่งมึนเมา ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน กรุณาอย่าเอาชีวิตคนอื่น ๆ เข้าไปเสี่ยงร่วมกับท่านเลย” 

  • ยุติธรรมใส่ใจลดอุบัติภัย ท้องถนน

    ยุติธรรมใส่ใจลดอุบัติภัย ท้องถนน          เพราะเหตุใด กระทรวงยุติธรรมจึงใส่ใจกับการลดอุบัติภัยบนท้องถนนนั้น ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า“ในปี 2548 ทั่วประเทศมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร 976,357 คน และเสียชีวิตอีก 11,041 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการไม่เคารพกฎจราจรความประมาทเลินเล่อ และที่สำคัญ การขับขี่ในขณะมึนเมา กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่า หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การรณรงค์ป้องกันและบรรเทาภยันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งหลาย ๆ คนต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร และอีกหลาย ๆ คนต้องกลายเป็นผู้พิการ”  

  • ยุติธรรมร่วมพันธมิตร พิชิตอุบัติเหตุ

    ยุติธรรมร่วมพันธมิตร พิชิตอุบัติเหตุ         กระทรวงยุติธรรม เดินหน้ารณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างจริงจัง โดยร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ - เอกชน อาทิ มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบังคับการตำรวจจราจรทางหลวง และศูนย์พัฒนาคุณธรรมมหาวชิราลงกรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบมุ่งป้องกันอุบัติเหตุ ในกลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน ผู้ขับรถบรรทุก และรถโดยสาร ให้ตระหนักถึงภัยของการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน และจะได้รับโทษหนักสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ทั้งนี้เพื่อลดอัตราการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ 

  • ราชทัณฑ์ ราชธรรม

    ราชทัณฑ์ ราชธรรม          “กรมราชทัณฑ์ จัดโครงการ “ราชทัณฑ์ ราชธรรม” เพื่อพัฒนาคุณธรรมและ  จริยธรรมของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในสังกัดกรมราชทัณฑ์ โดยแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ จำนวน ๑๑,๐๐๐ คน และผู้ต้องขังจากเรือนจำและฑัณฑสถาน ๑๓๘ แห่งทั่วประเทศ จำนวน ๑๖๐,๐๐๐ คน เน้นการสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังค่านิยม ในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงตามหลักพระพุทธศาสนาและแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดทำข้อตกลงร่วมกับ ๘ องค์กร อาทิ มหาเถระสมาคม มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย  มหามงกุฎราชวิทยาลัย สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมสำนักงานข้าราชการพลเรือน เพื่อสร้างคนดีกลับคืนสู่สังคม

  • บุตรชอบด้วยกฎหมาย 1

    บุตรชอบด้วยกฎหมาย 1          ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่า การที่ใครมีฐานะเป็นบิดา เป็นมารดา หรือเป็นบุตรของใคร ย่อมนำพามาซึ่งสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายนานับประการ อาทิ สิทธิในการใช้ชื่อสกุล สิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อำนาจปกครอง หรือสิทธิในการรับมรดก สำหรับผู้หญิงผู้เป็นแม่แล้ว บุตรที่เกิดมาย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ แต่สำหรับตัวบิดานี้อาจมีปัญหา เพราะว่า บางครั้งชายที่เป็นสามีอาจจะไม่ใช่พ่อของเด็กในครรภ์ภรรยาตนเองก็ได้ หรือบางครั้ง มีการหย่าร้างผู้หญิงอาจจะมีสามีใหม่โดยไม่ได้จดทะเบียน อย่างนี้ ก็มีปัญหาว่าใครคือพ่อของเด็ก ซึ่งกฎหมายและเทคโนโลยีปัจจุบันจะช่วยตอบคำถามนี้ได้


  • banner
    banner
    banner
    banner
    banner

    banner 0
    banner 1
    banner 1

    banner 1
    สิงหาคม 2562
    อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    28 29 30 31 1 2 3
    4 5 6 7 8 9 10
    11 12 13 14 15 16 17
    18 19 20 21 22 23 24
    25 26 27 28 29 30 31

    27 สิงหาคม 2562 | 14.30 - 16.30 น.

    ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม

    ผอ.สกม.เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     *ขอเลื่อนการประชุม วันที่ 17 ม.ค.2560 (ยธ 0101/80 ลว 13 ม.ค.2560)

    facebooktweeter

    Copyrights 2014 - กระทรวงยุติธรรม
    อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
    เลขที่๑๒๐ หมู่๓ อาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐

    โทรศัพท์ : 0-2141-5100 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

    จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2556
    • 0
    • 0
    • 6
    • 8
    • 7
    • 6
    • 6
    • 0